7 เคล็ดลับการวิ่งจ๊อกกิ้งสำหรับมือใหม่

by admin
7 เคล็ดลับการวิ่งจ๊อกกิ้งสำหรับมือใหม่ หากคุณเป็นนักวิ่งใหม่ ที่อยากจะเริ่มวิ่งเพื่อปรับปรุงสมรรถภาพร่างกาย ดังนั้นก่อนผูกเชือกรองเท้า

7 เคล็ดลับการวิ่งจ๊อกกิ้งสำหรับมือใหม่

หากคุณเป็นนักวิ่งใหม่ ที่อยากจะเริ่มวิ่งเพื่อปรับปรุงสมรรถภาพร่างกาย ดังนั้นก่อนผูกเชือกรองเท้าเพื่อไปวิ่ง ลองอ่านเคล็ดลับการวิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง 7 ข้อสำหรับผู้เริ่มต้นจ๊อกกิ้งกันก่อน 7 เคล็ดลับการวิ่งจ๊อกกิ้งสำหรับมือใหม่

  1. เริ่มต้นด้วยช่วงการวิ่งสั้น ๆ

ในฐานะนักวิ่งหน้าใหม่ ไม่ควรวางแผนวิ่งระยะทางทั้งหมดในคราวเดียว ควรจะแบ่งเป็นการวิ่งสลับดิน เช่นจ๊อกช้า ๆ ไป 3 ประมาณ 3นาที แล้วเดิน 3 นาที ให้ได้ ซัก 20—0 นาทีก็เพียงพอแล้วสำหรับมือใหม่ ในสัปดาห์ต่อไปก็เพิ่มช่วงเวลาการวิ่งขึ้นอีก 1 นาที ทำไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายไม่ต้องเดิน

  1. อย่าเริ่มวิ่งเร็วเกินไป

นักวิ่งมือใหม่หลายคนเริ่มวิ่งจ๊อกกิ้งเร็วเกินไปจนเกิดอาการบาดเจ็บ ดังนั้นให้เริ่มวิ่งด้วยความเร็วปานกลาง ให้เวลาร่างกายเพื่อค่อย ๆ ชินกับความเหนื่อย แล้วในระยะยาวคุณจะสามารถวิ่งได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน

  1. ร่างกายต้องการเวลาพักฟื้น

สำหรับนักวิ่งมือใหม่ เมื่อวิ่งครั้งแรกคุณจะรู้สึกดี จนพรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวออกไปวิ่งอีก และต้องการวิ่งให้บ่อยขึ้น ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีวันพักให้ตัวเองเช่นกัน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัว อีกทั้งการพักยังช่วยให้คุณสามารพัฒนาการวิ่งได้ดีอีกด้วย

  1. วิ่งง่าย ๆ

การวิ่งเป็นกีฬาที่ท้าทายทางเทคนิค ผู้เริ่มต้นหลายคนไม่มีเทคนิคที่เหมาะสมและทำให้การวิ่งจ๊อกกิ้งหนักกว่าที่ควรจะเป็นโดยสิ้นเปลืองพลังงานมาก ดังนั้นควรพยายามวิ่งอย่างผ่อนคลายและอยู่ในฟอร์มที่ดี ก้าวสั้นๆ ง่ายๆ มีประสิทธิภาพมากกว่าการก้าวยาว ๆ ไปเรื่อย พัฒนาช้า แต่ยังยืน

  1. เลือกสถานที่ ที่เหมาะสม

ผู้เริ่มต้นวิ่งหลายคนสงสัยว่าควรวิ่งบนพื้นผิวประเภทใด อันนี้ก็ขึ้นอยู่ว่าสถายชนที่วิ่งของคุณเป็นประเภทไหน หากจะแนะนำก็คงจะเป็น เส้นทางสวนสาธารณะ ที่ปลอดภัยจากรถ และมีความสะดวกสบาย หรือลู่ยางสังเคราะห์ในสนามกีฬาที่จะช่วยรองรับข้อเท้าได้ดี

  1. จัดการดูแลร่างกายทุกส่วน

แกนกลางลำตัวคือศูนย์ควบคุม การแกว่งแขนของคุณจะส่งผลต่อทุกการเคลื่อนไหวตั้งแต่สะโพกลงมา รวมถึงความยาวของก้าวและจังหวะด้วย คุณต้องแข็งแรงมีสุขภาพดีหลักที่มั่นคง กล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ของคุณควรอยู่ในสภาพที่ดีเช่นกัน ทำให้สามารถวิ่งได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ ร่างกายที่อยู่ในสภาพดียังช่วยป้องกันการบาดเจ็บจาก การฝึกความแข็งแกร่งอย่างสม่ำเสมอทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  1. ดูแลสุขภาพโดยรวม

การวิ่งให้ดีนั้นนอกจากการมีส่วนประกอบหลายอย่างแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการดูแลสุขภาพโดยรวม ก็คือเรื่องอาหารควรทานแต่ของที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมาก


You may also like

Leave a Comment