5 วิธี เพื่อช่วยให้คุณปรับสมดุลการออกกำลังกาย

by admin
5 วิธี เพื่อช่วยให้คุณปรับสมดุลการออกกำลังกาย เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การออกกำลังกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

5 วิธี เพื่อช่วยให้คุณปรับสมดุลการออกกำลังกาย และการพักผ่อน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การออกกำลังกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่หลายคนคงยังไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว การออกกำลังกาย มากไปก็ไม่ได้สร้างผลดี ทุกอย่างต้องอยู่ในระดับที่พอเหมาะให้ร่างกายมีความสมดุลโดย 5 วิธี เพื่อช่วยให้คุณปรับสมดุลการออกกำลังกาย และการพักผ่อน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น

1 ปรับโครงสร้างในการออกกำลังกาย

หากปกติคุณมีการออกกำลังกายในระดับที่เข้มข้น ให้ฝึกสลับกับวันพักผ่อน หรือวันที่ออกกำลังกายเบา ๆ หากเป็นไปได้ควรจะมีการออกกำลังกายหลาย ๆ รูปแบบอยู่ในโปรแกรมฝึก แต่ไม่ควรฝึกแบบความเข้มขั้นสูงติดต่อกันทุกวัน

  1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

อาหารที่จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และป้องกันการเป็นหวัดได้เป็นอย่างดี ก็คืออาหารที่ไม่แปรรูป รวมไปถึงผักผลไม้ อะโวคาโด ถั่วธัญพืชต่าง ๆ ที่ไม่ขัดขาว และไข่ขาว

  1. ปรับตัวเองให้เข้ากับปัจจัยการดำเนินชีวิตประจำวัน

รูปแบบในการดำเนินชีวิตก็คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกันลดลงทำให้สามารถปาวยและติดเชื้อได้ง่าย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเครียด การนอนน้อย การทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หากคุณมีปัญหาเหล่านี้อยู่ก็ควรต้องปรับในเรื่องของการออกกำลังให้เบาลง หรือใช้เวลาสั้นลง หากปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นเบาลงเวลาในการใช้ชีวิตประจำวันลงตัวมากขึ้นค่อยเพิ่มความหนัก หรือระยะเวลาออกกำลังกายเพิ่มขึ้นโดยแบ่งความหนักเป็นช่วง ๆ อย่างที่แนะนำไปในข้อ 1 หากเป็นนักกีฬาที่ต้องลงแข่งขัน ช่วงก่อนแข่งควรจะให้ความสำคัญเรื่องโภชนาการ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ แล้วค่อย ๆ ลดความหนักของการฝึกซ้อมลง จะช่วยทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพดีขึ้น

  1. การรับประทานระหว่างการออกกำลังกาย

หนึ่งเหตุผลที่จะที่สร้างผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันก็คือการออกกำลังกายนาน ๆ โดยไม่ทานอาหารยกตัวอย่างเช่นหากเราออกไปปั่นจักรยานทริปยาว ๆ ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หากทานคาร์โบไฮเดรตประมาณ 50 กรัมต่อ 1 ชั่วโมง จะช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่เกิดความเสียหาย ดังนั้นหากต้องออกกำลังกายนาน ๆ ควรต้องพกอาหารอย่างเจลพลังงาน กล้วย หรือกล้วยตาก รวมไปถึงผลแห้งอื่น ๆ และเครื่องดื่มเกลือแร่ติดตัวไว้

  1. หยุดทันทีเมื่อรู้ว่าออกกำลังกายหนักไป

เมื่อออกกำลังกายหนักอย่างต่อเนื่องสัญญาณที่ร่างกายมักจะแสดงออกมาก็มักจะเป็นอาการเหนื่อยล้า ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัว กล้ามเนื้อส่วนต่างรู้สึกตึง สมรรถภาพทางร่างกายในการทำกิจกรรมของคุณลดลง หรือที่เรียกว่าอาการ Overtraining syndrome นั่นเอง


You may also like

Leave a Comment