ถุงเท้าวิ่งมีกี่แบบ แล้วควรเลือกใช้แบบไหน

by admin

ถุงเท้าวิ่งมีกี่แบบ แล้วควรเลือกใช้แบบไหน

ถุงเท้าสำหรับวิ่งนั้นโดยปกตินั้นจะมีอยู่ 5 แบบหลัก ๆ ที่จะแบ่งลักษณะตามความยาวของถุงเท้า

ถุงเท้าซ่อน (No Show) –  ถุงเท้าวิ่งที่สั้นที่สุดมีความยาวไม่ถึงตาตุ่ม เมื่อก่อนมักจะมีปัญหาขอบถุงเท้าเสียดสีกับหลังข้อเท้าแต่เดียวนี้หลายยี่ห้อพัฒนาเรื่องการตัดเย็บ จึงหมดไปหาเรื่องนี้

ถุงเท้าข้อต่ำ (Low Cut/Micro) – จะสูงประมาณข้อเท้าหากเป็นถุงเท้าคุณภาพดีจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บข้อเท้าได้

ถุงเท้าหุ้มข้อ (Quarter/Mini Crew) – เป็นถุงเท้าที่ยาวเลยขึ้นมาถึงข้อเท้า เป็นที่นิยมมากพอสมควร

ถุงเท้าครึ่งแข้ง (Crew) – เป็นถุงเท้าที่เหมือนถุงเท้าทั่วไปที่ใช่ใสในการทำงาน เวลาใส่จะมีความกระชับยาวไปถึงหน้าแข้ง

ถุงเท้ายาวระดับเข่า (Knee High) เป็นถุงเท้าชนิดที่ยาวที่สุดของนักวิ่ง จะนิยมในหมู่วิ่งเทรลเพราะป้องกันการขีดข่วนได้ ปัจจุบันยังพัฒนาให้มีความบีบกระชับกล้ามเนื้อเพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บได้

วิธีการพิจารณาการเลือกใช้งาน

พิจารณาจากวัตถุดิบในการผลิต – เพราะการวิ่งนั้นคือการออกกำลังกายที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอด และเหงื่อออกค่อนข้างมาก ควรจะเลือกถุงที่ป้องกันการเสียดสีได้ดี ระบายอากาศได้มาก แห้งเร็ว ผ้าที่ทำการผลิตนั้นแนะนำว่าควรจะเป็นแบบ Spandex ที่ส่วนมากแบรนด์ใหญ่ ๆ นิยมใช้กัน เพราะยืดหยุ่นขยายได้ถึง 5 เท่า

หรือไม่ก็ควรจะเลือกใช้ผ้าไนลอน หรือ โพลีเอสเตอร์ ที่สามารถระบายอากาศได้ดี แห้งเร็วจึงหมดปัญหาเรื่องความอับชื้น ยืดหยุ่นได้มากและมีน้ำหนักเบา

ถุงเท้าวิ่งมีกี่แบบ แล้วควรเลือกใช้แบบไหน ถุงเท้าสำหรับวิ่งนั้นโดยปกตินั้นจะมีอยู่ 5 แบบหลัก ๆ ที่จะแบ่งลักษณะตามความยาวของถุงเท้า

ดูขนาดให้เหมาะสม

ควรจะเลือกแบบที่ไม่คับหรือหลวมจนเกินไปใส่ให้กระชับพอดีกับเท้าโดยเฉพาะบริเวณปลายถุงเท้าและส่วนส้นถุงเท้าต้องไม่ยาว หรือหลวม ไม่งั้นเมื่อใส่รองเท้าอาจจะทำให้คับ การเลือกซื้อต้องให้ความละเอียดมากสักหน่อย เพราะแต่ละยี่ห้อนั้นทำออกมาไม่เหมือนกัน ขนาดก็ไม่เท่ากัน

ถุงเท้าวิ่งมีกี่แบบ แล้วควรเลือกใช้แบบไหน

ถุงเท้าวิ่งมีกี่แบบ แล้วควรเลือกใช้แบบไหน ถุงเท้าสำหรับวิ่งนั้นโดยปกตินั้นจะมีอยู่ 5 แบบหลัก ๆ ที่จะแบ่งลักษณะตามความยาวของถุงเท้า

พิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษ

มันจะดีกว่าไหมถ้ามีคุณสมบัติพิเศษเพื่อที่ให้เราวิ่งได้อย่าเต็มศักยภาพ และหมดห่วง ราคาอาจจะแพงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยแต่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างเช่น ถุงเท้าของไนกี้ ที่ใช้เทคโนโลยี Dri-FIT ที่มีจุดเด่นเรื่องลดความอับชื้นได้มาก เพราะระบายอากาศได้ดี หรือของยี่ห้อ อันเดอร์ อาร์เมอร์ ที่ใช้เทคโนโลยี Anti-Odor ในการช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ที่ส่งผลให้เท้าเหม็นอับ และเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เป็นต้น แล้วยังมีอีกหลายรูปแบบพิเศษที่แต่ละยี่ห้อพัฒนาขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเสริมผ้าในส่วนต่าง ๆของถุงเท้าเพื่อลดการกระแทก การเสียดสี รวมไปถึงกันลื่นในขณะวิ่ง


You may also like

Leave a Comment